(รีวิวเกมออฟไลน์) Medal of Honor Warfighter
เกียรติยศของทหารกล้าผู้พลีชีพ

ถ้าหากเปรียบตัวเกม C_ll of D_ty เป็นวรรณกรรมสงครามโลกชิ้นเยี่ยมแล้ว ตัวเกม Medal of Honor ของทางฝั่งค่ายเกมขี้งกอย่าง EA ได้ดำเนินแนวทางเกมที่แตกต่าง นั่นก็คือ การนำเสนอเรื่องราวของหน่วยรบ Tier 1 หน่วยรบที่มีอยู่จริง เหตุการณ์จริงๆ นำมาเสนอคนเล่น ซึ่งในภาคแรกก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และก็ได้สานต่อมายังภาคสองครับ

สำหรับภาค 2 นี้จะดำเนินเรื่องต่อจากภาคแรก แต่คนไหนขี้เกียจซื้อภาคแรกหรือยังไม่เคยเล่นภาคแรกมาก่อนก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะเล่นไม่รู้เรื่อง เพราะตัวเกมจะสปอยแค่ตัวละครแค่ว่ามาจากภาคแรกเท่านั้น เพราะหลักๆ เนื้อเรื่องในภาคนี้ก็คืออยู่เป็นเงาของประวัติศาสตร์ในการล่ากบาลผู้ก่อการร้ายเพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศแม่ตนเอง

ตัวเกมนั้นในภาคนี้ได้ปรับปรุงระบบเกมเพลออกมาเยอะมากๆ เพราะเนื่องจากภาคแรกมีภารกิจที่ทั้งน่าเบื่อและสนุกสนานสลับกันไป (ตามเนื้อหาจริงๆ ที่หน่วยปฏิบัติการ Tier 1 Operators ไปเจอมา) ในภาคนี้เหมือนได้มีการตัดต่อโดยการเลือกเฉพาะเหตุการณ์เด็ดๆ น่าตื่นเต้นมายัดในเกมต่อเนื่อง และแน่นอนว่ามีการใส่สีตีไข่หยอดซีอิ๋วเพิ่มเข้าไปให้มันออกดูเว่อร์นิดๆ แต่ก็ทำให้ตัวเกมเล่นได้สนุกขึ้น เรียกได้ว่าทางทีมพัฒนาได้ยอมรับความคิดเห็นของทั้งสื่อและแฟนๆ เกมมาพัฒนาในเกมภาคสอง

ตลอดเวลาทั้งหมด 8 - 12 ชั่วโมง (แล้วแต่ฝีมือคนเล่น) ตัวเกมจะนำพาคนเล่นไปพบกับภารกิจที่หลากหลายกว่าในภาคแรก ไม่ว่าทั้งการบุกทลายรังของผู้ก่อการร้าย , บุกช่วยเหลือตัวประกัน , ขับรถไล่ล่ากลางเมือง (อารมณ์ความรู้สึกยังกับ Need for Speed The Run) ในภาคนี้ภารกิจลอบเร้นนั้นมีให้เล่นน้อยกว่าภาคแรกมาก ประสบการเล่นทั้งหมด 8 - 12 ชั่วโมงคุณจะได้สัมผัสกับอารมณ์การเล่นที่ดุเดือดทั้งเกม

ในภาคนี้ได้ใช้แองจิ้นที่ EA งกมากไม่ยอมปล่อยไม่ยอมขายอย่าง Frostbite 2 ดังนั้นหมายความว่าคนเล่นจะได้พบกับสิ่งปลูกสร้างแสนอลังการ ฉากระเบิดตู้มตามระดับกระท่อมเผายันตึกถล่ม ฝุ่นควันปลิวกระจายแต่ไม่ทะลุจอ และอีกหนึ่งความพิเศษของ Frostbite 2 ก็คือ การรังสรรค์ภาพตัวละครในเกมให้ออกมาเหมือนคนจริงมากๆ

แต่ทั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าคนพัฒนา Frostbite 2 นั้นสีม่วงรึเปล่า เพราะเท่าที่สังเกตมาตั้งแต่ Need for Speed The Run ซึ่งเป็นเกมตัวแรกที่ได้สร้างตัวละครหญิงขึ้นมา ปรากฎตัวละครหญิงในเกมนี้ไม่ให้ความรู้สึกว่าสวยสักนิด (ถึงจะดูเหมือนคนจริงๆ ก็เหอะ) แต่กลับกัน ตัวละครชายทั้งหลายทั้งหล่อ ทั้งลํ่าเสียจนเก้งกวางทั้งหลายเป็นแล้วอยากจับขย่ม ไหนๆ มีตัวละครหญิงโผล่มาในเกมทั้งที ก็แอบสงสัยอยู่ว่าทำให้ออกมาดูสวยสักหน่อยไม่ได้รึยังไง

เกมเพลกับแองจิ้น Frostbite 2 นั้นเหมือนทีมพัฒนาได้ใช้ต้นฉบับมาจาก Battlefield 3 มาทั้งหมด ไล่ตั้งแต่แอนิเมชั่นเคลื่อนไหวตัวละคร , การหมอบคลาน ไปจนถึงฉากตัวละครตาย จนแอบคิดเหมือนกันว่านี่มันคือ Battlefield 3 ในเวอร์ชั่น Medal of Honor รึเปล่า แต่ก็ยังดีที่ตัวเกมได้มีการสร้างโมเดลตัวละคร อาวุธขึ้นมาใหม่โดยไม่มีการอิงกับ Battlefield 3 ที่มีอยู่เดิม

ทำให้ฉากต่างๆ ในเกม Medal of Honor Warfighter นั้นมีการพัฒนาที่สูงกว่า Battlefield 3 ทั้งฉากเรียบเนียนกว่า กินเฟรมเรตน้อยกว่า (คนไหนคอมสเปคน้อยและผ่านเกม Battlefield 3 มาก่อนขอแสดงความยินดีด้วย เพราะในเกมนี้เล่นลื่นกว่า 2 เท่า) และสำคัญคือ บั๊กในเกมนั้นแทบไม่มีให้เห็นเหมือน Battlefield 3 ที่หลายครั้งเวลาเล่นแล้วเม้งแตกประจำที่ต้อง Restart เริ่มเล่นใหม่ซึ่งทำให้เสียอารมณ์ไปเปล่าๆ

แต่ใช่ว่าบั๊กต่างๆ จะไม่มีให้เห็นนะครับ มีให้เห็นประปรายบ้าง ตั้งแต่ตัวละครหักแขนยื่นกระสุนมาให้เราโดยไม่หันหน้า (สยองโว้ย) ตัวละครขาจมดินหรือประตู ไปจนถึงตัวละครแว็บหายตัวมาอยู่ข้างหลังเราเฉยจนคิดเล่นๆ ว่าพี่แกมีสกิลเทเลพอร์ทรึเปล่าทำไมวิ่งตามมาเร็วจัง แต่ในส่วนของบั๊กเกมเพลนั้นต้องบอกว่าไม่มีให้เห็นเลย ยกเว้นบั๊กเสียงหายหรือบั๊กหลุดออกจากเกม ซึ่งตัวเกมได้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น หากเกิด ERROR อะไรสักอย่างที่ทำให้ตัวเกมหลุด ตัวเกมจะรันใหม่และเล่นต่อได้โดยอัตโนมัติ เป็นเกมแรกที่ผมเห็นระบบโปรแกรมการจัดการแบบนี้ ต้องบอกได้เลยว่าสุดยอดมาก!

พล่ามเรื่องระบบในเกมเยอะมาดูเกมเพลอีกทีดีกว่าว่ามีอะไรใหม่ๆ บ้าง แม้ว่าตัวเกมเพลในภาคนี้จะดูเหมือนลอกเลียนแบบ C_ll of D_ty มาซะหลายฉาก แต่ก็ได้มีการพัฒนาตัวเกมไม่ให้มีความเหมือนโดยการสร้างความแตกต่างและความเร้าใจเข้าไป เช่นฉากพังประตู มีมินิเกมให้เล่นด้วยว่าถ้าคุณเก็บ HeadShot ได้ก็จะปลดล็อคท่าพังประตูใหม่ๆ , การต่อสู้ระยะประชิด ส่วนที่เหลือมีการเปลี่ยนแปลงยังไงบ้างนั้นไม่ขอสปอย แต่จะบอกว่ามีความแตกต่างจาก C_ll of D_ty จนทำให้ไม่ดูเหมือนเป็นการลอกเลียนแบบมากเกินไป

แม้ว่าตัวเนื้อเรื่องของเกมจะไม่อลังการระดับโลกเมื่อเทียบกับซีรี่ย์ C_ll of D_ty แต่เนื้อเรื่องในภาคนี้ก็ได้ใช้ในเรื่องของ "ความเสียสละ" ของเหล่าทหารกล้าที่ไม่ได้แม้แต่จะออกข่าวตามหนังสือพิมพ์มาให้พวกเราสัมผัส ซึ่งทำได้ดีกว่าภาคแรกที่ให้เรารู้สึกแบบนี้กันในช่วงหลังของเกม แต่ก็ต้องบอกตรงๆ ว่ายังไม่สามารถให้คนเล่นอินได้เมื่อเทียบกับซีรี่ย์ของ C_ll of D_ty ที่อยู่มายาวนานกว่า แต่ก็ต้องชมเชย Medal of Honor Warfighter เลยว่าคุณมาถูกทางแล้ว

ความกล้าหาญ ความเสียสละ ความสูญเสีย แม้ชีวิตจะหาไม่ แม้จะไม่มีใครรับรู้ชะตากรรม แต่มันคือเกียรติยศที่ทำให้บ้านเมืองของพวกเราอยู่ได้อย่างสงบสุขปลอดภัยจากภัยคุกคาม นี่จะเป็นเกมที่ทำให้คนเล่นได้รับรู้ชะตากรรมของพวกเขา ที่ทำให้พวกเราได้อยู่อย่างปลอดภัยและอยู่สุขสบาย มันคือเกมที่ยกย่องเกียรติของทหารอย่างแท้จริงครับ

ทางด้านระบบเสียงนั้นด้วยแองจิ้นของ Frostbite 2 ได้รังสรรค์เสียงปืนออกมาได้กระหึ่มและสมจริงกว่าภาคแรก คนไหนต่อระบบเสียงแบบโฮมเธียรเตอร์รับรองว่ากระหึ่มลั่นบ้านครับ เสียงพากษ์ตัวละครดูมีความชัดเจนและสื่อถึงอารมณ์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคนเล่นได้เริ่มรู้จักตัวละครหลักที่มาจากภาคแรกแล้ว

อีกหนึ่งไฮไลท์ของเกมนี้ก็คือระบบ Multiplayer ครับ ในเกมนี้ถอดแบบโหมด Multiplayer จาก Battlefield 3 เอามาไว้เช่นกัน ที่เห็นได้ชัดก็คือระบบรายงานการได้รับรางวัลตอนจบเกมเนี่ยแหละที่เหมือนมาก ในเกมนี้มีโหมดให้เล่นเยอะ ตั้งแต่ Team Death , วิ่งวางระเบิดทั้ง 3 หรือ 5 จุด , โหมดยึดครองพื้นที่ และโหมดชิงธง แล้วแต่เลยว่าจะเลือกเล่นแบบไหน

ในเกม Medal of Honor Warfighter นั้นจะมีความแตกต่างจาก Battlefield 3 ตรงที่ว่าฉากพื้นที่ในการรบนั้นจะเป็นพื้นที่ขนาดเล็ก ไม่ได้เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ ไม่มีพาหนะให้ขับ ดังนั้นการปะทะต่างๆ นั้นจะรวดเร็วขึ้นและเน้นจบเกมเร็วๆ มากกว่าคุมเชิงมันทั้งเกม

ตัวเกมนั้นจะเน้นให้คนเล่นเกาะกลุ่มกับทีมตนเองเสียมากกว่า เพราะจะได้รับอภิสิทธิเยอะมาก ตั้งแต่เกิดใกล้ๆ กัน (แถมหากคนในทีมกำลังบู๊อยู่ตัวเกมจะไม่ให้เราเกิด เพื่อป้องกันไม่ให้เราเกิดแล้วกบาลแตก) , จะมองเห็นเงาของศัตรูที่ซ่อนอยู่ และคะแนนโบนัสพิเศษอีกด้วย ทำให้คนเล่นต้องเกาะกลุ่มกันเอาไว้ถึงจะได้เปรียบกว่าฝ่ายตรงข้าม

หน้าตาของ Multiplayer ต้องบอกเลยว่าออกแบบมาได้ค่อนข้างง่ายในการเรียนรู้มากๆ เพียงแค่คนเล่นเข้าไปให้ชาวบ้านเขายิงสัก 2 - 3 ตาก็รู้แล้วว่าคุณต้องเล่นยังไง จะเลือกอาวุธยังไง เลือกคราสยังไง มีการแบ่งหมวดหมู่ออกมาได้ชัดเจนและง่ายต่อการเข้าใจ และสำหรับคนที่ชอบอยู่ตัวเกมยาวๆ ในเกมนั้นจะมีของให้ปลดล็อคเพียบตั้งแต่คราส , อาวุธ , ของแต่งปืน ไปจนถึงเหรียญรางวัลต่างๆ อีกเยอะ

แต่ก็แน่หละ ข้อเสียของ Multiplayer ก็คือ ระบบคนไหนอยู่ก่อนได้เปรียบ คนไหนเข้ามาใหม่เป็นลูกแกะร้องแบะๆ ให้ชาวบ้านเล็งหัว ตัวเกมไม่มีการแบ่งระดับคนเล่น แต่จับยัดเอามารวมกัน ใครโชคดีเจอคนเล่นระดับเดียวกันก็โอเค แต่ใครเจอคนเล่นที่ยศสูงๆ ก็เตรียมใจกันได้ แต่ข้อดีของระบบ Multiplayer ในเกมนี้ก็คือเข้าเกมได้ไม่ยุ่งยากเมื่อเทียบกับ Battlefield 3 (เข้าเกมแล้วเล่นได้เลยไม่ต้องผ่านหน้าเว็บ)

มาถึงช่วงสุดท้ายกับการ "สับ" ตัวเกมว่ามันมีอะไรแย่ๆ บ้าง ถ้าไม่นับพวกบั๊กแปลกๆ พวกเสียงหายอะไรแล้วก็ยังมีให้เห็นบ้าง ตั้งแต่ AI ที่ยังบ้าวิ่งออกมาให้เรายิง (ไม่กลัวตายกันเลยนะพวกเมิงเนี่ย) การเขียนบทเนื้อเรื่องที่ดีขึ้น แต่ก็ยังทำให้คนเล่นไม่รู้จักตัวละครได้ดีพอเท่าไหร่นัก คนไหนไม่เคยเล่นภาคแรกมาก่อนหรืออ่านภาษาอังกฤษไม่ออก คุณจะรู้สึกงงๆ กับความสัมพันธ์ของตัวละครและเนื้อเรื่องมาก ไปจนถึงราคาตัวเกมที่แอบแพ๊งแพงซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมี DLC ออกมาขายเราอีกไหม (ตามสไตล์ความงกของ EA เขาหละนะ)

โดยสรุป นี่คือเกม FPS ที่บอกเล่าเรื่องราวของเหล่าทหารกล้าที่นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงๆ สถานที่จริง ศัตรูที่มีอยู่จริง พัฒนาได้มากกว่าภาคแรก เนื้อเรื่องแม้ไม่ถึงระดับล้างโลกแต่ก็ตื่นตาตื่นใจจนไม่อยากลุกไปไหน ฉากระเบิดตู้มตามช่วนตื่นเต้นระทึกใจ นี่เป็นอีกหนึ่งเกม ที่สำหรับคอเกมเมอร์ FPS ทั้งหลาย ควรที่จะสัมผัสได้แล้ว ถ้าคุณไม่เคยเริ่มต้นเล่นเกมซีรี่ย์นี้มาก่อน ยังไม่สายที่คุณจะบูชายัญเงินในกระเป๋าคุณ แล้วมาเริ่มต้นเป็นแฟนซีรี่ย์นี้กันครับ

จุดเด่น
- นำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงได้อลังการกว่าภาคแรก
- เกมเพลเน้นความดุเดือดเร้าใจไม่มีคำว่าน่าเบื่อเมื่อเทียบกับภาคแรก
- แองจิ้น Frostbite 2 ทำให้เกมนี้สมจริงขึ้น ฉากถล่มทลายสะใจขึ้นมาก
- เนื้อหาชวนให้คนเล่นอินได้มากกว่าภาคแรก
- ถึงจะมีบั๊กมาให้เห็นแต่ก็ไม่เสียอารมณ์และเล่นต่อได้ และระบบจัดการเข้าสู่เกมเมื่อเกมหลุดที่ดีมาก
- กราฟฟิกเรียบเนียนขึ้น เราคงจะได้เห็นแล้วว่า Battlefield 4 จะมีหน้าตาที่ดีกว่าภาค 3 ยังไงบ้าง
- Multiplayer ระดับน้องๆ Battlefield 3 แต่เน้นปะทะไวขึ้น เข้าใจง่ายขึ้น

ข้อด้อย
- AI ยังมีโง่ออกมาให้เรายิงเล่นๆ บ้าง
- ตัวเกมยังให้เราทำความรู้จักกับตัวละครไม่พอ คนไหนอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกมีสิทธิแอบงงเล็กน้อย
- บั๊กแปลกๆ แอบฮา (ขาจมดิน , ขาทะลุประตู หรือตัวละครวาร์ปมาอยู่หลังเรา)
- ระบบ Multiplayer ที่คนอยู่ก่อนเฮ คนมาทีหลังโดนรุมขยํ้า เหมือนหมาป่ากับกระต่าย
- ราคาแอบแพงแล้วก็ไม่รู้จะมี DLC มาอีกไหม
- ไม่มี BOT ไม่มี Lan สำคัญคือ ไม่ซัพพอต Windows XP

สำหรับร้านเน็ตที่สนใจ สามารถติดต่อทาง Newera ในการซื้อลงร้านได้ ในราคากล่องละ 1,699 บาท จะซื้อแบบ 1 กล่องลง 2 เครื่องหรือซื้อกล่องตามปริมาณเครื่องในร้านก็แล้วแต่ แต่หากต้องการให้ลูกค้าเล่น Multiplayer ด้วยต้องซื้อเรียงเครื่องนะครับ