< G-Genius : รวมข่าวเกมที่ร้านเนตที่รู้
 

                      

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

(รีวิวเกมออฟไลน์) Jurassic Park The Game
เล่นเกมนี้แล้ว...เหมือนดูหนังซะจริงๆ

Jurassic Park ถือว่าเป็นหนังระดับตำนานที่หลายคนรู้จัก ยกเว้นเด็กรุ่นใหม่ที่ตอนนี้แผ่น DVD หาได้ค่อนข้างยาก (บลูเรย์ก็เหลือขายไม่กี่เจ้าด้วย) และเป็นภาพยนต์ไดโนเสาร์ที่สร้างกระแสได้เยี่ยมที่สุด โดย Jurassic Park เวอร์ชั่นเกมปี 2011 ตัวนี้จะพาคุณกลับไปยังเหตุการณ์ในหนังภาคแรก (ซึ่งถือว่าเป็นภาคที่คราสสิคที่สุดแล้ว) โดยผ่านมุมมองตัวละครที่ไม่เคยปรากฎในหนังมาก่อน แต่ก็อยู่ช่วงเวลาเดียวกับในภาพยนต์ครับ

ฉากนี้เชื่อได้ว่าคนที่ดูหนังมาแล้ว จำแม่นแน่นอน

ตัวเนื้อเรื่องนั้นจะเอ่ยถึงเหตุการณ์ในภาคแรก ที่แฮคเกอร์อ้วนได้พยายามที่จะขโมย DNA ไดโนเสาร์ไป แต่แล้วพลาดท่าโดนไดโนเสาร์พันธุ์ไดโลโฟซอรัส (Dilophosaurus) สังหารตายคารถ (ตัวที่พ่นเมือกนะแหละ) ซึ่งทำให้ฝ่ายคนที่พยายามจะมาขโมยของนั้นได้เตรียมแผนสำรอง คือส่งคนไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น นั่นก็คือตัวละครหญิงชาวสเปนเสื้อสีแดงนั่นเอง แต่แล้วเธอก็โดนไดโนเสาร์ไล่ล่าจนมาเจอกับกลุ่มพระเอก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ใน Jurassic Park ที่ยังไม่ได้ขึ้นเรือกลับไปกับคนอื่นๆ มาเจอกันโดยบังเอิญ ทั้งหมดจึงต้องเอาตัวรอดจากเกาะแห่งนี้ให้ได้

เปิดมาก็เหมือนหนัง (แต่เดี๋ยวนี้ทุกเกมมันก็ออกแนวนี้หมดแล้วเนอะ)

บทเนื้อหาในเกมนั้นจะบอกว่ามันก็เหมือนหนังดีๆ นี่เองครับ และจุดเด่นของตัวเนื้อเรื่องก็คือมีฉากอ้างอิงตัวหนัง Jurassic Park ภาคแรกมากๆ ทำให้มีกลิ่นอายของหนังเข้ามาเต็มๆ แต่สำคัญก็คือ มันไม่ใช่เกมที่เราจะต้องวิ่งหนีหรือสู้ไดโนเสาร์อย่างเดียว แต่กลับเป็นหนังที่ฝ่ายมนุษย์ขัดแย้งกันเองอีกต่างหาก ทั้งเกมนั้นเราจะไม่เจอกับตัวละครในหนังเลยครับ (อาจจะเจอแว้บๆ) ทำให้การเล่าเรื่องของเกมตัวนี้ แม้จะอยู่ในเหตุการณ์ของหนังภาค 1 แต่ก็เป็นเนื้อเรื่องใหม่ที่ไม่เคยปรากฎที่ไหนมาก่อน (แต่ก็ไม่รู้ว่าได้อ้างอิงจากฉบับนิยายไหม)

กดให้ถูกเพื่อเข้าตามทาง กดพลาด จะกลายเป็นฟันพลาด

ถึงจะบอกว่าเกมนี้เป็นแนวผจญภัย แต่ผมว่ามันก็ออกแนวอินดี้ซะมากกว่า กล่าวคือตัวเกมนั้นไม่ได้ให้เราสามารถบังคับตัวละครได้สมบูรณ์แบบ ตัวเกมนั้นจะถูกดำเนินไปตามสคริปที่ถูกวางเอาไว้และเราไม่สามารถบังคับตัวละครได้เลย วิธีการเล่นก็คือ ให้เราสำรวจไปรอบๆ โดยการคลิกเม้าท์ และเมื่อถึงฉากแอ็คชั่นต่างๆ จะมีปุ่มขึ้นมาให้เรากด และเราก็ต้องกดให้ทันครับ

มองไปรอบๆ แล้วเอาเม้าท์คลิกสำรวจซะ

ถ้านึกภาพไม่ออกผมขออธิบายวิธีการเล่นฉากหนึ่ง ซึ่งเป็นฉากแรกของเรื่องเลย ตัวละครหญิงชาวสเปนได้ลับลอบมากับคนขับเรือ (มั้ง) และพยายามที่จะเข้าไปในพื้นที่ในเกาะ แต่มียามเฝ้าอยู่ ซึ่งเราก็ต้องปลอมตัวว่าเป็นพนักงาน เราต้องแอบแย่งเอาบัตรเจ้าหน้าที่มาจากในห้องยาม เราก็ต้องสำรวจไปรอบๆ ว่ามีตัวช่วยอะไรบ้าง เราเห็นว่าในห้องยามมีโทรศัพท์อยู่ และคนของเราก็อยู่ใกล้โทรศัพท์ เราต้องเลือกคำสั่งให้คนของเราโทรไปคุยกับยาม เพื่อที่จะแอบเข้าไปเอาบัตรเจ้าหน้าที่ได้นั่นเอง

ฉากดวลกับไดโนเสาร์มือเปล่าเร้าใจมาก

ส่วนสำหรับฉากแอ็คชั่นนั้น จะเป็นประมาณทั้งหนีด้วยสู้ด้วยแล้วแต่สถานการณ์ เช่น ฉากที่ต้องหลบการโจมตีของไดโนเสาร์ บนหน้าจอจะมีปุ่มลูกศรสีเขียวโผล่ขึ้นมา คุณต้องกดให้ทัน ถึงจะสามารถผ่านฉากดังกล่าวได้ ในบางฉากนั้น กดพลาดก็ไม่เป็นไร แต่บางฉาก การกดพลาดก็คือตายเลย ก็คือต้องเริ่มเกมใหม่ในฉากนั้นๆ เป็นต้น

ถ้าไม่เคยดูหนังมาก่อน คิดว่าคนเล่นคงตื่นเต้นมากกับฉากนี้

ด้วยการที่ตัวเกมจะออกแนวบังคับด้วยวิธีนั้นตลอด (ต้องกดปุ่มให้ทัน) ทำให้การเข้าถึงตัวเกมนั้นค่อนข้างเข้าถึงได้ง่ายกว่าเกมอื่น กล่าวคือ คุณจะรู้สึกเลยว่าตัวละครในสถานการณ์นั้นคิดอะไร ต้องเผชิญกับอะไรบ้าง ในหนังคุณอาจมองในฐานะคนดู แต่ในเกมนี้ คุณคือผู้ควบคุมเพื่อช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นฉากต่างๆ ไปให้ได้ การอินเข้าถึงเนื้อเรื่องในเกมนี้จึงมีสูง .... หากคุณเล่นแล้วเข้าถึงตัวละครนะ

ถ้าอ่านออก ก็จะเล่นได้สนุกขึ้น แต่ถ้าอ่านไม่ออก จะรู้สึกว่า ขี้เกียจฟังตัวละครบ่นกันมากกว่า

ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ถ้าคุณเล่นแล้วรู้สึก อะไรว่ะ ตูอยากถีบไดโนเสาร์ แต่มันวิ่งหนี หรือ มีให้ควบคุมแค่เนี๊ย ไม่เห็นชอบเลย ฯลฯ การเข้าถึงตัวเนื้อเรื่องของเกมนี้จะไม่เข้าถึงในทันที และถ้าคุณไม่ชอบเกมแนวนี้ ก็แนะนำว่าอย่าซื้อเลยครับจะเสียอารมณ์เปล่าๆ และในการเข้าถึงก็ต้องมีทักษะในการอ่านภาษาอังกฤษบ้าง ถึงจะเล่นเกมนี้แล้วสนุกครับ

ไม่ใช่แค่กดให้ทันถึงจะยิงได้ แต่ต้องกดให้ถูกเพื่อใส่แม็กกระซีนด้วยนะ

ถามว่า มันทำให้เราอินขนาดนั้นเลยเหรอ ? เอาง่ายๆ คือ ในการเล่นเกมของแต่ละคนนั้น ทุกคนย่อมอยากที่จะผ่านฉากอุปสรรคดังกล่าว (ยกเว้นบางคนที่แปลกๆ ชอบดูตัวเอกตาย) ปุ่มที่จะโผล่มาให้เรากดนั้นบางฉากมันไม่ได้รอให้เราค่อยๆ เลื่อนนิ้วไปกดซะหน่อย บางฉาก โผล่มาแล้วต้องรีบกด ดังนั้นคุณจึงต้องรีบจ้องมองดูหน้าจอเป็นพิเศษ ทำให้ความรู้สึกต่างจากการดูหนังตรงที่บางทีเราอาจไม่ได้ดูทุกฉากนั่นเอง อารมณ์ในการดูหนังของเกมนี้จึงต่อเนื่องมากกว่า

ฉากนี้เป็นอะไรที่รำคาญมาก

แต่ก็ใช่ว่าทุกฉากเราจะได้สนุกลุ้นระทึกกับเหตุการณ์เฉียดตายของตัวละครในเกมตลอด ตัวเกมยังมีช่วงเวลาผ่อนคลายให้คนเล่นบ้าง เช่นหลังจากเหตุการณ์วิ่งหนีไดโนเสาร์มานานหลายนาที ก็จะมีฉากผ่อนคลายอย่างเช่นฉากพูดคุย หรือฉากสำรวจสิ่งของต่างๆ (เพราะฉากบางฉากตื่นเต้นกว่าหนังบางเรื่องเสียอีก) โดยในฉากสำรวจหรือฉากปฏิสัมพันธ์บางฉากนั้นบางฉากก็ทำออกมาได้น่าเบื่อมากๆ จนแอบเซ็งไปเหมือนกัน เช่น ฉากที่สาวสเปนพยายามสตาร์ทเครื่องยนต์ ผมก็ทำตามที่เกมบอกแล้วแต่มันก็ไม่ผ่าน และนานจนรู้สึกความตื่นเต้นในฉากลดหายไปจนกลายเป็นความน่ารำคาญแทน เป็นต้น

เด็กเล็กเห็นแล้วอาจกลัวจนอาจกดไม่ทันก็ได้

ตัวหนัง Jurassic Park ในภาคแรกนั้น ตัวธีมจะออกมาแนวให้เด็กๆ ดูได้ด้วย (คือไม่ได้เน้นฉากโหดอะไรมากมาย) แต่ในเกมนี้กลับมีฉากลุ้นเรียกได้ว่าฉากสะดุ้ง หรือ ฉากหยุดหัวใจคนเล่นดันมีมากกว่าหนังเสียอีก (อาจเป็นเพราะหนังมันตัดต่อได้ แต่ตัวเกมมาให้เราเล่นกันเต็มๆ เลย) ฉากบางฉากจึงดูน่ากลัว ทำให้เกมนี้ไม่ค่อยเหมาะให้เด็กเล็กเล่นเพราะจะกลัวกันนั่นเอง

สีหน้าในเกมนี้แสดงออกสมจริงใช้ได้ โดยเฉพาะน้องคนนี้!! (แต่บางช่วงนะ)

มาดูการเคลื่อนไหวแอนิเมชั่นตัวละครกันบ้าง (เพราะเป็นหัวใจสำคัญของเกมนี้เลย) เรื่องเสียงพากษ์และการแสดงสีหน้าทำออกมาได้ดีครับ (ถึงภาพจะไม่ใช่ HD เสมือนจริงเหมือนเกมอย่าง BF3 + CODMW3 ก็เถอะ) ที่จริงผมชอบตัวละครที่เป็นเจ้าหน้าที่ของ Jurassic Park เป็นพิเศษนะ เพราะเสียงพากษ์ได้อารมณ์มาก แต่การเคลื่อนไหวแอนิเมชั่นบางฉากกลับทำออกมาได้ไม่ไหลรื่นเท่าที่ควร ทำให้เกิดความไม่สมจริงในบางฉาก

ทั้งเกม ไม่มี CG เป็นภาพในเกมล้วนๆ

ทางด้านกราฟฟิกนั้นตัวเกมกินสเปคตํ่ามากๆ (CPU ใช้แค่ Pentium 4 1.8 GHz , การ์ดจอที่มีแรม 256 M และแรม 2 G) ทำให้ภาพไม่ได้ออกมาดูสวยคมชัดเหมือนจริงอะไรมากมายนัก บางฉากยังเหมือนเกมออนไลน์ด้วยซํ้า แต่ต้องชื่นชมว่าโมเดลไดโนเสาร์ถอดแบบมาจากหนังได้เหมือนมากๆ

ผมเชียร์ฝั่ง T-Rex เดิมพันเท่าไหร่ดี ? (ไม่ใช่ละ)

ส่วนระบบเสียงนั้นก็ต้องขอบอกว่าสุดยอด ใครเคยดูบลูเรย์ Jurassic Park คงจะรู้นะครับว่าเสียงตอน T-Rex คำรามมันดังสนั่นได้เมพแค่ไหน ในเกมก็เช่นกัน ระบบเสียงคือจุดเด่นของเกมเลย โดยเฉพาะเสียงไดโนเสาร์ (ที่แน่ๆ คือ T-rex) ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมดังสนั่นมาก แต่เสียงไดโนเสาร์บางตัวกลับเอาเสียงสัตว์เอามาใส่ ทำให้แตกต่างจากเวอร์ชั่นหนังและดูแปลกๆ บางทีผมเลยงงๆ ว่า เสียงที่ได้ยินมันเสียงไดโนเสาร์รึเปล่า ?

ความยาวของเกมแค่นี้น่าจะราคาถูกกว่านี้หน่อยนะ

ความยาวของตัวเกมนั้น ในเกมนี้ที่ผมเห็นมีอยู่ 4 ตอน ผมทดลองเล่นตอนแรก ซึ่งใช้เวลาราวๆ 3 ชั่วโมงกว่าๆ ก็คิดว่าตัวเกมทั้งหมดจะมีความยาวราวๆ 11 - 14 ชั่วโมง เรียกได้ว่ายาวกว่าหลายเกมอยู่ แต่ตัวเกมแน่นอนว่าเล่นได้คนเดียว และไม่มีโหมดเล่นหลายคน แถมถ้าไม่ใช่แฟนหนังจริงมันก็ไม่ดึงดูดให้กลับไปเล่นซํ้าซักเท่าไหร่นัก ทำให้ความคุ้มค่าในการเล่นเกมนี้อาจมีไม่เทียบเท่าเกมอื่นๆ (โดยเฉพาะเกมที่มีโหมดมิลติเพลเยอร์มาด้วย) แต่การที่เกมนี้เล่นเหมือนดูหนัง บางทีการกลับมาเล่นซํ้าจะเหมือนเอาหนังมาดูอีกรอบ ไม่แน่ว่าการกลับมาเล่นซํ้าอีกรอบในเกมนี้อาจมีความ "น่ากลับมาเล่น" อีกรอบก็เป็นได้

มีให้ปรับกราฟฟิกเยอะดี คนไหนคอมสเปคเก่า เฮได้เลย

และขอแยกคำถามและคำตอบออกเป็นข้อๆ นะครับ

- จำเป็นต้องดูหนังมาก่อนไหม ?
ตอบ - ควรดู เหตุเพราะเนื้อเรื่องอ้างอิงจากหนังล้วนๆ ไม่ดูมาก่อนอาจจะมึนเล็กน้อย

- ไม่เก่งภาษาอังกฤษ เล่นได้ไหม ?
ตอบ - ได้ เพราะถึงเกมจะมีให้เราเลือกตอบคำถาม แต่ถ้าตอบผิดมันก็ผ่านไปไม่ได้ แต่ตัวเกมก็จะให้เราเปลี่ยนคำตอบไปเรื่อยๆ จนกว่าจะตอบถูกอยู่ดี และตัวเกมเน้นให้ออกแนวสังเกตมากกว่ามานั่งแปลภาษาอังกฤษทีละตัว สำคัญคือ ศัพท์ภาษาอังกฤษในเกมนี้ไม่ได้ใช้ศัพท์ยากเท่าไหร่นัก

- เล่นยากไหม ?
ตอบ - ไม่ยาก แต่ต้องจ้องมองดูคอมนานหน่อย เพราะต้องคอยดูว่าจะมีปุ่มมาให้เรากดตอนไหน เด็กก็เล่นได้

- เกมสนุกไหม ?
ตอบ - ถามก่อนว่าชอบแนวไหน ถ้าชอบบังคับตัวละครเอง ไม่ชอบดูตัวละครนั่งคุยกัน ชอบยิงชอบบู๊ อย่าเลยครับ จะผิดหวังเปล่าๆ แต่ถ้าชอบดูหนัง ชอบเรื่อง Jurassic Park และชอบฉากแอ็คชั่นที่คุณสามารถผ่านได้โดยไม่ต้องมานั่งเล่นเองจนปาดเหงื่อ เกมนี้ไม่ควรพลาดครับ

กดแบบนี้ทั้งเกมครับ

โดยรวมแล้วถือเป็นเกมที่เล่นไม่ยาก เข้าถึงได้ไม่ยาก แต่ตัวเกมก็ไม่ได้แปลกใหม่ไปเท่าไหร่ และตัวเนื้อหาระบบเกมก็ไม่หลากหลาย หากคุณชอบไดโนเสาร์และชอบหนัง Jurassic Park ไม่ควรพลาด แต่ถ้าไม่ใช้ เอาเงินไปซื้อเกมอื่นน่าจะดีกว่าครับ

จุดเด่น
- เล่นเกมนี้แล้วเหมือนดูภาพยนต์มากๆ ทั้งฉากแอ๊คชั่น มุมมองกล้อง และตัวบทเนื้อเรื่อง
- กินสเปคตํ่า กินเนื้อที่คอมแค่ 2 G กว่า ปรับกราฟฟิกได้หลากหลาย เนื้อเรื่องยาวกว่าเกมบางเกม
- อาศัยแค่การสังเกตและต้องกดให้ทัน ตัวเกมจึงเล่นได้ไม่ยากและเข้าถึงได้ง่าย
- ไม่ต้องมีทักษะภาษาอังกฤษก็เล่นเกมนี้ได้ แต่ถ้าอ่านออกจะสนุกมาก
- ตั้งค่า Steam ออฟไลน์แล้วเล่นได้ ไฟล์เซฟสามารถแบ็คอัพไว้ได้ สำหรับร้านเนตจึงเป็นเกมที่เหมาะเอาลงร้านมากครับ

ข้อเสีย
- ระบบเกมไม่หลากหลาย ไม่แปลกใหม่ เล่นจบแล้วไม่ค่อยน่ากลับไปเล่นซํ้าเท่าไหร่นัก ยกเว้นอยากมาดูอีกรอบเพราะตัวเกมก็เหมือนหนังอยู่แล้ว
- เล่นเกมนี้ต้องฟังเสียง ไม่ฟังเสียง จะไม่สนุกกับเกมเลย
- ฉากบางฉากที่เราต้องกดปฏิสัมพันธ์หรือตอบคำถาม ทำออกมาได้น่าเบื่ออยู่เหมือนกัน
- สำหรับคนเล่นบ้าน ราคาอาจแพงไปหน่อย

ปล. นี่เป็นเกมที่ผมอยากให้มีเสียงไทยและซับไทยจริงๆ ให้ตายสิ

ตัวเกมราคา 29.99 US (ประมาณ 1,050 บาท) สั่งซื้อตัวเกมได้ที่ - http://store.steampowered.com/app/201830/

บทความที่เกี่ยวข้อง

เกี่ยวกับ Steam

http://www.g-genius.com/home/2011/review%20steam.JPG